BREAKING : “ส.บอล” แต่งตั้ง “ราเยวัช” คุมช้างศึก U-23 โยกโค้ชโย่งนั่งผู้ช่วย

วันนี้  14 กันยายน 2560 ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สมาคมฯ ได้จัดการประชุมเพื่อวางแผนเรื่องการทำงานของฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมในกาแช่งขัน แข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้ายที่ประเทศจีน ในช่วงเดือน มกราคม 2561

โดยหลังจากการประชุม ได้ข้อสรุปว่า ทางสมาคมฯ จะแต่งตั้ง มร. มิโลวาน ราเยวัช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ควบคู่กับทีมชาติชุดใหญ่ ขณะที่ วรวุธ ศรีมะฆะ จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน พร้อมด้วย ทีมงานอย่าง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย, โซรัน ยานโควิช, ซาซ่า โทดิช และ เนบอยซา สตาเมนโควิช

วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมฯ กล่าวว่า “ก็ต้องชื่นชมน้ำใจของโค้ชโย่ง (วรวุธ ศรีมะฆะ) ที่ยอมเสียสละตัวเองมาเป็นผู้ช่วยของ มิโลวาน ราเยวัช ซึ่งตัวมิโลวาน ราเยวัช ก็จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ด้วย เพราะว่าช่วงการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ ก็ยังมีเวลาอีกเยอะมาก”

“ส่วนทีมงานก็จะเหมือนกับทีมชาติไทย ชุดใหญ่เลยครับ ในช่วงที่ทีมชาติไทยจะมีอีกสองเกม กับ เมียนมา และ เคนยา ถ้าช่วงที่ราเยวัช ไม่สะดวกทางโค้ชโย่งก็จะช่วยเหลืออีกทีครับ”

BREAKING : “ส.บอล” แต่งตั้ง “ราเยวัช” คุมช้างศึก U-23 โยกโค้ชโย่งนั่งผู้ช่วย

OFFICIAL : “ส.บอล” คอนเฟิร์ม “ช้างศึก” อุ่นเครื่องกับทีมชาติเคนยา อันดับ 82 ของโลก

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศผ่าน FA Thailand ยืนยัน ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติเคนยา ในเกมอุ่นเครื่องภายใต้ปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ซึ่งถือเป็นนัดสุดท้ายของปี 2017 วันที่ 8 ตุลาคมนี้ ต่อจากเกมที่บุกไปเยือน ทีมชาติเมียนมา วันที่ 5 ตุลาคม

สำหรับเกมอุ่นเครื่องทั้งสองนัดของ ช้างศึก ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และ สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) พร้อมยกให้เป็น International Friendly “A” Match ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง

โดยอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งของทีมชาติไทยในปัจจุบัน ล่าสุด ช้างศึก อยู่ที่อันดับ 130 ของโลก และยังคงอยู่ในอันดับ 21 ของเอเชีย มีคะแนนสะสม 243 คะแนน ในขณะที่ ชาติร่วมอาเซียนอย่าง เมียนมา อยู่ที่อันดับ 157 ของโลก และอันดับ 30 ของเอเชีย มีคะแนนสะสม 157 คะแนน ส่วน เคนยา อยู่ที่อันดับ 82 ของโลก และล่าสุด ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 18 ของทวีปแอฟริกา มีคะแนนสะสม 412 คะแนน

“สำหรับ ทีมชาติเคนยา ถือเป็นทีมที่มีแรงกิ้งอยู่ในช่วงกลุ่มที่เหมาะสม และหากเราสามารถเอาชนะทีมชาติที่มีแรงกิ้งช่วงนี้ได้บ่อยขึ้น ก็จะเป็นผลดีต่อทีมชาติไทย เนื่องจากการลงเล่นกับทีมที่มีแรงกิ้งสูงๆ แต่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ ก็จะทำให้เสียโอกาสในการเก็บคะแนนสะสมไปด้วย แต่แน่นอนว่า นอกจากเรื่องคะแนน ทีมควรได้รับประสบการณ์และประโยชน์ด้วยเช่นกัน ซึ่งเราต้องทำให้สมดุลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“โดยโค้ช (มิโลวาน ราเยวัช) ต้องการให้เราได้มีแมตช์ในระดับสูง กลาง สลับกันบ้างเพื่อได้วางแทคติค และแก้ไขทั้งเกมส์รุก รับในเกมส์ที่มีความสูสีบ้าง จากที่ผ่านมาในฟุตบอลโลกและคิงส์คัพ เราต้องวางเกมในฐานะทีมรองอยู่หลายครั้ง” คุณพาทิศ ศุภะพงษ์ กล่าว

“ส่วนแมตช์กับ ทีมชาติเมียนมา (5 ตุลาคม) น่าจะเป็นเกมเยือมที่ไม่ต้องเดินทางยาวนานจนเกินไป เพราะเราจะต้องกลับมาเตรียมเปิดบ้านพบกับ เคนยา อีกในวันที่ 8 และนักฟุตบอลจะกลับสู่สโมสรในวันที่ 9 ทันที เพื่อเตรียมแข่งลีกคัพและไทยลีกต่อไป” รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และ โฆษกสมาคมฯ กล่าวปิดท้าย

OFFICIAL : “ส.บอล” คอนเฟิร์ม “ช้างศึก” อุ่นเครื่องกับทีมชาติเคนยา อันดับ 82 ของโลก

เด็ดดวง! “ส.บอล” ยืนยันช้างศึกอุ่นอีกเกมต่อจากเมียนมา กับทีมท็อบ 80-100 ของโลก

ก่อนหน้านี้ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เพิ่งยืนยันเกมอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการ 1 นัด คือวันที่ 5 ต.ค.60 บุกไปเยือน เมียนมา ที่สนามมันดาลาธิรี เมืองมันฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโปรแกรมอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่า อย่างไรก็ตาม หลังจบเกมอุ่นเครื่องกับ เมียนมา แล้ว “ช้างศึก” จะมีเกมอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการอีก 1 นัด คือวันที่ 8 ต.ค.

ซึ่ง “โจ” พาทิศ ศุภะพงษ์ โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่าขณะนี้ได้มีการเจรจากับทีมที่จะมาแข่งกับ ไทย แล้ว เหลือเพียงรายละเอียดอีกเล็กน้อยเท่านั้น     โดยทีมที่อยู่ในอันดับ 80-100 ของโลก ที่กำลังอยู่ในระหว่างติดต่อนั้น มาจากทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาเหนือ เนื่องจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องการทีมที่มีแรงกิ้งดีกว่าทีมชาติไทย เพื่อที่จะให้มีผลต่ออันดับโลกของทีมได้ขยับ หากสามารถเก็บชัยชนะได้

และสาเหตุที่ยังไม่สามารถบอกได้ตอนนี้ว่าเป็นทีมใด เนื่องจากเป็นของตกลงระหว่างไทยกับทีมชาติคู่แข่ง ที่จะมีการเซ็นสัญญาในช่วงขั้นสุดท้าย พร้อมกับจะบอกชื่อผ่านทางสมาคมฟุตบอลทั้งสองประเทศ ให้แฟนบอลได้ทราบแบบพร้อมเพรียงกัน

เด็ดดวง! “ส.บอล” ยืนยันช้างศึกอุ่นอีกเกมต่อจากเมียนมา กับทีมท็อบ 80-100 ของโลก

ถูกใจโค้ชคีย์บอร์ด! “ส.บอล” เปิดกิจกรรม แมวมองมหาชนใครควรติดทีมชาติ

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดกิจกรรมให้แฟนบอลชาติไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย กับกิจกรรม “แมวมอง มหาชน” ในการร่วมโหวต ในการคัดเลือกผู้เล่นในสโมสรทุกสโมสรของศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 ที่คิดว่าดีที่สุดและสมควร ติด ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของมิโลวาน ราเยวัช ลงคะแนนโหวตได้คนละ 1 เสียงในเพจ “ช้างศึก” เพื่อคัดเลือกผู้เล่นที่คุณคิดว่าเหมาะสมจะติดทีมชาติไทยคนต่อไป

โดยกิจกรรมเริ่มต้นที่สโมสรแรกบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คุณคิดว่านักเตะคนใดจากสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” ที่ควรติดธง ช้างศึก คนต่อไป? ซึ่งมีการจัดกิจกรรมครบทุกสโมสรในไทยลีกฤดูกาล 2017 โดยชื่อนักเตะที่ได้รับการโหวตเยอะที่สุดในแต่ละสโมสรจะถูกส่งให้ทีมผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่นำไปติดตามฟอร์มการเล่นต่อไป แต่โครงการ “แมวมอง มหาชน” ไม่มีส่วนในการพิจารณาการคัดเลือกผู้เล่นในการติดทีมชาติไทยของทีมผู้ฝึกสอนทีมชาติแต่อย่างใด

ถูกใจโค้ชคีย์บอร์ด! “ส.บอล” เปิดกิจกรรม แมวมองมหาชนใครควรติดทีมชาติ

มาตรฐานอยู่ไหน! “พิษณุโลก” เตรียมร้องศาลกีฬาโลก หลังคาใจตัดสินไม่เหมือนมุกดาหาร-บุรีรัมย์

หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันนี้ 11 ก.ย. 2560 คณะกรรมการอุทธรณ์ ได้แจ้งยืนยันผลการตัดสิน เห็นว่าสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บี กระทำผิดจริง ไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่ทราบเนื่องจากเป็นข้อปฏิบัติที่ใช้ร่วมกันมาตลอดฤดูกาล โดยทำการตัดแต้ม 3 แต้มคงผลการแข่งขันเหมือนเดิม แต่ไม่สามารถปรับให้เป็นฝ่ายแพ้ในเกมดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นการประท้วงเกินกรอบกำหนด 2 ชั่วโมงหลังการแข่งขัน ทำให้พิษณุโลก เอฟซี ชวดไปเล่นในรอบแชมป์เปี้ยนลีก

“รองชาญชัย” พ.ต.ท.ชาญชัย หาแก้ว ผจก.ทีม พิษณุโลก เอฟซี ออกมาเผยว่า “ ต้องยอมรับว่าเวลานี้ปวดหัวจริงๆอยากจะยอมแพ้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป เพราะสู้ไปทางไหนเขาก็หาเหตุผลมาทำให้เราเสียเปรียบได้ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีแฟนคลับให้กำลังใจกันเยอะแยะมากมายจนทำให้เราไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ช่วงเย็นวันนี้ก็จะหารือกับนักกฎหมาย รวมทั้งแฟนคลับ ว่าจะเอาอย่างไรกันต่อไปไม่ว่าจะเป็น ศาลปกครอง ,ฟีฟ่า หรือ ศาลกีฬาโลก”

“รองชาญชัย” ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “ อย่างไรก็ดีเราต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่ามัน2 มาตรฐานหรือไม่เพราะกรณีเรามันเหมือนกันกับ มุกดาหาร – บุรีรัมย์ ต่างกันแค่ระเบียบข้อ 7.7 กับ 7.8 แต่ภาคความผิดเหมือนกันคือผิดที่คุณสมบัติตัวผู้เล่น ซึ่งตัดสินปรับบุรีรัมย์ แพ้ยก3 แต้มให้ มุกดาหาร ทั้งที่ยื่นประท้วงหลังจากแข่งขันไปแล้ว 1 สัปดาห์ ขณะที่เราเองกลับตัดแต้ม เชียงราย ยูไนเต็ดบี ที่ไม่มีผลอะไรแล้ว แบบนี้มันอดคิดไม่ได้ว่าเขากลั่นแกล้งเราหรือไม่”

มาตรฐานอยู่ไหน! “พิษณุโลก” เตรียมร้องศาลกีฬาโลก หลังคาใจตัดสินไม่เหมือนมุกดาหาร-บุรีรัมย์

BREAKING : คณะอุทธรณ์ส.บอล สั่งตัดแต้ม “เชียงราย บี” คงผล “พิษณุโลก” แพ้เช่นเดิม

จากกรณีที่ คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้มีการตัดสินกรณีที่สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บี ส่งนักเตะต่างชาติลงเล่น 2 ราย ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 4 เกมที่บุกไปชนะพิษณุโลก เอฟซี ซึ่งผิดระเบียบการแข่งขัน ข้อที่ 7.8 ที่ระบุว่า  “นักฟุตบอลชาวต่างชาติสามารถลงทำการแข่งขันในทีม “ไทยลีก1” B ได้ไม่เกิน 1 คนต่อ นัดการแข่งขัน” ซึ่งคณะอนุกรรมการฯยกผลประโยชน์ให้แก่ทีม เชียงราย ยูไนเต็ด บี ไม่ผิด โดยอ้างเหตุผลว่าระเบียบการแข่งขันนั้นไม่มีความชัดเจน

ก่อนที่ทางสโมสรพิษณุโลก เอฟซี จะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อสมาคมกีฬาฟุตบอล ซึ่งผลการตัดสินของคณะกรรมการอุทธรณ์ได้ตัดสินว่า  สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บี ปฏิบัติผิดระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการ “ไทยลีก 1” B พ.ศ.2560 ภาคผนวกที่ 3 ข้อ 7.8 จึงมีมติให้แก้โทษโดยการตัดคะแนน สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บี ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษ บทที่ 3 หมวดที่ 1 ข้อ 2.7 ตัดคะแนนเท่ากับการชนะหนึ่งนัดจำนวน 3 คะแนน แต่ไม่มีผลต่อลูกได้เสีย

การอุทธรณ์ไม่เป็นผลต่อผู้อุทธรณ์ให้รับเงินอุทธรณ์ แต่ให้คืนเงินประท้วงจำนวน 5,000 บาท ที่วางไว้ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เนื่องจากไม่ถือเป็นการประท้วงตามระเบียบภายใน 2 ชม. คงผลให้เชียงราย ยูไนเต็ด บี ชนะทีมพิษณุโลก เอฟซี เช่นเดิมแต่ไม่มีผลต่อลูกได้เสีย นั้นคือเชียงราย ยูไนเต็ด บี จะถูกลด 3 คะแนน ส่วนพิษณุโลก เอฟซี จะมีแต้มเท่าเดิม



BREAKING : คณะอุทธรณ์ส.บอล สั่งตัดแต้ม “เชียงราย บี” คงผล “พิษณุโลก” แพ้เช่นเดิม

BREAKING : “มาดามเดียร์” ขอยุติบทบาทผู้จัดการทีมชาติไทย U-23

มาดามเดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี เข้าประชุมกับ ส.บอล ก่อนแจ้งขอยุติบทบาท ผู้จัดการทีมชาติไทย ยู-23 เพื่อให้เป็นตามนโยบายสมาคมฯ วทันยา วงษ์โอภาสี เดินทางมายังที่ทำการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงเจตจำนง ขอยุติบทบาทผู้จัดการทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย การยกเลิกผู้จัดการทีมของสมาคมฯ พร้อมขอบคุณสมาคมและทุกคนที่ให้การสนับสนุน ขอกลับไปดูแลงานด้านทีวีดิจิทัลต่อ

 

BREAKING : “มาดามเดียร์” ขอยุติบทบาทผู้จัดการทีมชาติไทย U-23

ทำใจ! ประธานฝ่ายจัด T4 จวกความยุติธรรมไม่มีกับฝ่ายวินัย เห็นผิดเป็นถูก

หลังจากที่คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้มีการตัดสินกรณีที่สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บี ส่งนักเตะต่างชาติลงเล่น 2 ราย ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 4 เกมที่บุกไปชนะพิษณุโลก เอฟซี ซึ่งผิดระเบียบการแข่งขัน ข้อที่ 7.8 ที่ระบุว่า  “นักฟุตบอลชาวต่างชาติสามารถลงทำการแข่งขันในทีม “ไทยลีก1” B ได้ไม่เกิน 1 คนต่อ นัดการแข่งขัน” ซึ่งคณะอนุกรรมการฯยกผลประโยชน์ให้แก่ทีม เชียงราย ยูไนเต็ด บี ไม่ผิด โดยอ้างเหตุผลว่าระเบียบการแข่งขันนั้นไม่มีความชัดเจน

ล่าสุด “บิ๊กแชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 และไทยลีก 4 โพสต์ระบายความในใจหลัง คณะพิจารณาตัดสิน ยกคำร้อง “7.8 นักกีฬาฟุตบอลชาวต่างชาติสามารถลงทำการแข่งขันได้ไม่เกิน 1 คน ต่อนัดการแข่งขัน ทีม B ส่งผู้เล่นต่างชาติลงสนามเป็น 11 ตัวจริง แล้วเปลี่ยนตัวออก โดยเอาผู้เล่นต่างชาติ “อีกคน” ลงสนาม คณะฯพิจารณาแล้วตัดสินว่าว่าระเบียบไม่ชัดเจนอาจทำให้ทีมสับสน ดังนั้นยกคำร้อง!!

“ผมเคารพการตัดสินใจของคณะมารยาทและวินัยนะครับ และด้วยความเคารพเลย ส่วนตัวผมไม่คิดว่า ไอ้ประโยคที่ว่า ลงทำการแข่งขันได้ไม่เกิน 1 คน ต่อนัดการแข่งขัน มันจะสามารถตีความไปเป็นอื่นได้อีก และแทบจะไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมแล้ว ถ้าท่านตีความไปเป็นอย่างอื่นต่างหากที่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติม!(ในคณะบางท่านบอกว่า คุณไม่ได้บอกเขาว่าห้ามเปลี่ยนตัว !!! ก็ถ้าเปลี่ยนตัวเอาต่างชาติลงไปอีกคน มันก็เป็นลงทำการแข่งขัน 2 คน ไงท่านนนนนน)

“ตัวอักษรที่เขียนในระเบียบ กฎหมายมันไม่ใช่ความเป็นธรรม นะครับ คนที่ใช้ระเบียบ กฎหมายต่างหากที่จะทำให้ความเป็นธรรมมันเกิดขึ้นได้ ถ้าจะให้ต้องอธิบายเจตนารมณ์เพิ่มอีกผมก็จนปัญญาเพราะไม่รู้จะไปอธิบายอะไรเพิ่มอีก อาจจะต้องไปกราบขอความเมตตาคุณครูสอนภาษาไทยชั้นประถมให้ไปสอนการอ่านให้กับคนที่อ่านไม่เข้าใจน่าจะดีกว่า… สุดท้าย…ต่างชาติลงทำการแข่งขันได้ไม่เกิน 1 คน ต่อนัดการแข่งขัน … ชัดเจนไหม ถามใจแฟนบอลดู??”

ทำใจ! ประธานฝ่ายจัด T4 จวกความยุติธรรมไม่มีกับฝ่ายวินัย เห็นผิดเป็นถูก

สู้ให้ถึงที่สุด! “พิษณุโลก เอฟซี” ยันยืนเรื่องอุทธรณ์, ฟีฟ่า, ศาลกีฬาโลก หลายทีมแห่ให้กำลังใจ

หลังจากที่เมื่อวาน 7 ก.ย. คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้มีการตัดสินกรณีที่สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บี ส่งนักเตะต่างชาติลงเล่น 2 ราย ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 4 เกมที่บุกไปชนะพิษณุโลก เอฟซี ซึ่งผิดระเบียบการแข่งขัน ข้อที่ 7.8 ที่ระบุว่า  “นักฟุตบอลชาวต่างชาติสามารถลงทำการแข่งขันในทีม “ไทยลีก1” B ได้ไม่เกิน 1 คนต่อ นัดการแข่งขัน” ซึ่งคณะอนุกรรมการฯยกผลประโยชน์ให้แก่ทีม เชียงราย ยูไนเต็ด บี ไม่ผิด โดยอ้างเหตุผลว่าระเบียบการแข่งขันนั้นไม่มีความชัดเจน

ล่าสุดทาง “รองชาญชัย” พ.ต.ท.ชาญชัย หาแก้ว ผจก.ทีม พิษณุโลก เอฟซี ออกมาเผยถึงแนวทางการทำงานต่อไปว่า “ เท่าที่ดูความเห็นจากแฟนคลับก็ให้ความเห็นเราหลายช่องทาง โดยส่วนใหญ่แล้วก็อยากจะให้ทางสโมสรพิษณุโลก ฟ้องศาลปกครองไปเลยเพราะมันกระทบกระเทือนกับความรู้สึกของคนพิษณุโลก ทั้งจังหวัด แต่เราก็ยังต้องศึกษารายละเอียดกันว่ามันหนักไปไหม เพราะจะว่าไปแล้วมันก็มีระเบียบจากทางฟีฟ่าในกรณีฟ้องศาลปกครองอาจจะทำให้องค์รวมภายในของฟุตบอลไทยทั้งประเทศเสียหาย เนื่องจากจะถูกฟีฟ่าแบน”

“เรายังรอเอกสารจากทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯยืนยันอีกทีว่าเราผิดระเบียบข้อ 7.8 จากนั้นภายในวันนี้เราก็จะมีการหารือกับทุกฝ่าย รวมทั้งแฟนคลับของทีม พิษณุโลก เอฟซี ด้วยว่าจะว่ากันในทิศทางไหนได้บ้างเบื้องต้นก็อาจจะยื่นเรื่องไปที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯขออุทธรณ์ก่อน เพราะเขาอาจจะมีคณะอนุโยตุลาการตัดสินอีกครั้งเราอยากจะให้มันจบเป็นการภายในของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯแต่ถ้าไม่จบตรงนี้ก็อาจจะหาช่องทางอื่น อาทิยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมจาก ฟีฟ่า ,ศาลกีฬาโลก รวมทั้ง ศาลปกครอง เป็นลำดับต่อไป”

“รองชาญชัย” กล่าวทิ้งท้ายเสริมว่า “มาถึงตอนนี้ผมตื้นตันใจที่เราไม่ได้สู้เองฝ่ายเดียว มีหลายสโมสรมากโทรศัพท์มาให้กำลังใจ ขอให้สู้ให้ถึงที่สุดเพราะมันเป็นกรณีตัวอย่างที่ทุกสโมสรอาจจะต้องเจอกับการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมแบบนี้”

สู้ให้ถึงที่สุด! “พิษณุโลก เอฟซี” ยันยืนเรื่องอุทธรณ์, ฟีฟ่า, ศาลกีฬาโลก หลายทีมแห่ให้กำลังใจ

อือ..ครับ! คณะอนุกรรมการฝ่ายมารยาท ตัดสิน “เชียงราย บี” ไม่ผิด เคสส่งแข้งต่างชาติผิดกฎ

ความคืบหน้ากรณีที่ พิษณุโลก เอฟซี  ได้ยื่นหนังสือประท้วงถึงสมาคมฟุตบอลฯ ให้พิจารณาว่า เชียงราย ยูไนเต็ด บี ทำผิดระเบียบหลังส่งผู้เล่นต่างชาติลงเกินโควตา 1 คนต่อ 1 นัดการแข่งขัน ภาคเหนือ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่เปิดบ้านแพ้ เชียงราย ยูไนเต็ด บี  0-2 โดยเห็นว่าทางทีม เชียงราย ยูไนเต็ด บี ได้ทำผิดระเบียบการแข่งขันในข้อที่ 7.8 ที่ระบุว่า “นักฟุตบอลชาวต่างชาติสามารถลงทำการแข่งขันในทีม ชุดบี ในการแข่งบขัน ไทยลีก 4 ได้ไม่เกิน 1 คนต่อ นัดการแข่งขัน”

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 7 กันยายนที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาทและข้อประท้วงฯ นำโดย พล.ต.อ.อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะกรรมการฯ ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง โดยได้เชิญฝ่ายจัดการแข่งขัน อย่าง “บิ๊กแชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันฯเข้าร่วมให้ข้อมูลในฝั่งของฝ่ายจัดการแข่งขัน รวมไปถึงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยหลังจากที่ใช้เวลาสอบถามข้อมูลกว่า 1 ชั่วโมง ทาง คณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท และ ข้อประท้วง ฯ ได้พิจารณาแล้ว โดยเสียงข้างมาก เห็นว่า กฎระเบียบ ข้อที่ 7.8 ที่ระบุว่า”นักฟุตบอลชาวต่างชาติสามารถลงทำการแข่งขันในทีม ชุดบี ในการแข่งขัน ไทยลีก 4 ได้ไม่เกิน 1 คนต่อ นัดการแข่งขัน” ไม่ชัดเจน ตามเจตนารมย์ ที่อยากให้ส่งผู้เล่นต่างชาติเพียงคนเดียว ซึ่งไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในกรณีการลงสนามแทนที่ ทำให้ ทางคณะกรรมการ ยกประโยชน์ให้จำเลยอย่าง เชียงราย ยูไนเต็ด บี ไป และได้ส่งเรื่องไปยังฝ่ายจัดแข่งขัน เพื่อนำเรื่องดังกล่าวชี้แจงต่อสโมสรสมาชิกต่อไป

อือ..ครับ! คณะอนุกรรมการฝ่ายมารยาท ตัดสิน “เชียงราย บี” ไม่ผิด เคสส่งแข้งต่างชาติผิดกฎ