มั่วมากคะ! “มาดามแป้ง” ยืนยันค่าตัว “บอสโควิช” ย้ายมาท่าเรือไม่ถึง 100 ล้าน

ee7dc944958b28aec76274582dd52d34.jpg

หลังจากที่มีาสโมสรท่าเรือ เอฟซี ได้มีการจ่ายเงินในการซื้อตัว ดราแกน บอสโควิช กองหน้าชาวมอนเตเนโกร จาก แบงค็อก ยูไนเต็ด มูลค่าสูงถึง 2.58 ล้านยูโร หรือประมาณ 100 ล้านบาท ตามที่เว็บwww.transfermarkt.com รายงาน และกลายเป็นข่าวตามสื่อโซเซียล

ล่าสุดในงานแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอล “ลีโอ ปรีซีซั่น คัพ 2018” ที่ทางสโมสรการท่าเรือ เอฟซี เข้าร่วมการแข่งขันด้วย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรคนสวยของการท่าเรือ เอฟซี ได้ยืนยันว่า ราแกน บอสโควิช กองหน้าชาวมอนเตเนโกร วัย 31 ปี ที่ย้ายจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด มาอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี มีมูลค่าสูงถึง 2.58 ล้านยูโร หรือประมาณ 100 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง

“ไม่จริงค่ะ ไม่ใช่ค่ะ ไม่แพงขนาดนั้นหรอกค่ะ” มาดามแป้งตอบสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังยืนยันว่า การเสริมทัพของทีมในเวลานี้น่าจะไม่มีเพิ่มเติมแล้ว ส่วนเป้าหมายในศึกไทยลีก 2018 ลึกๆ ก็หวังที่จะไปให้ไกลถึงตำแหน่งแชมป์ โดยจะพยายามทำให้ดีที่สุด

มั่วมากคะ! “มาดามแป้ง” ยืนยันค่าตัว “บอสโควิช” ย้ายมาท่าเรือไม่ถึง 100 ล้าน

เงินน้อยจะตาย! แข้งสตาร์มาเลเซียชี้ ทำไมต้องยอมลดเงินเพื่อมาเล่นไทยลีก

61ab8b0646916b5b9d67367332722827.jpg

หลังจากที่ทางไทยลีกเปิดโควตานักเตะอาเซียน ทำให้หลายๆ สโมสรในไทยลีกพยายามดึงนักเตะอาเซียนเพื่อมาร่วมทีม ซึ่งหนึ่งในชาติอาเซียนอย่างมาเลเซียนั้นมีการคาดการณ์ว่าจะมีนักเตะมาค้าแข้งในไทยลีก แต่นักเตะมาเลเซียกลับไม่สนใจที่จะมาเล่นที่ไทยลีกเพราะเงื่อนไขข้อเสนอที่นี่ไม่น่าสนใจพอ

โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากบริษัทเอเย่นซ์รายใหญ่ ของมาเลเซีย ผ่านสื่อของมาเลเซียอย่าง The Straits Times นายฮาฟิซาน ฮาริม ตัวแทนของบริษัทเอเย่นซ์ ได้เปิดเผยว่ามีหลายสโมสรจากไทยที่ติดต่อเข้ามาเพื่อเจรจาดึงตัวไปเล่นในไทยลีก ด้วยค่าเหนื่อย 3,000-5,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน ราว 165, 500 บาท ซึ่งแข้งสตาร์มาเลเซียรับตอนนี้ขึ้นต่ำอยู่ที่ 40,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน รวม 1,320,000 บาท

“มีข้อเสนอเข้ามาที่นี่มากมายจากสโมสรไทย โดยเฉพาะหลายคนที่ได้ลงเล่นในซีเกมส์ครั้งล่าสุดแต่ทุกข้อเสนอที่เข้ามา เมื่อผมได้พูดคุยกับตัวนักเตะ พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอเหล่านั้นเพราะมันไม่ได้ตรงตามความคาดหวังของพวกเขา มันไม่ใช่เหตุผลที่ยากและไร้ซึ่งข้อสงสัยที่ไม่มีนักเตะมาเลย์ไปค้าแข้งที่ไทยเพราะนักเตะมาเลย์หลายคนได้รับค่าจ้างและค่าตอบแทนที่มากกว่า หากพวกเขาจะยังคงลงเล่นในเอ็มลีกต่อไป” นายฮาฟิซาน ฮาริม ให้สัมภาษณ์

“ดังนั้น..แม้มันมีข้อกล่าวอ้างว่านักเตะของเราไม่มีคุณภาพพอสำหรับไทยลีกหรือพวกเขาเหล่านั้นไม่อยากออกไปค้าแข้งเมืองนอกซึ่งทั้งหมดที่ว่าล้วนไม่ใช่เรื่องจริงแต่เป็นเพราะพวกเขาไม่อยากไปเองต่างหากเพราะมันเป็นเรื่องของ(เงิน)ล้วนๆ ผมคิดว่าหลายคนอาจไม่เข้าใจ ยกตัวอย่างนะ ถ้าคุณได้รับข้อเสนอให้ไปทำงานยังต่างประเทศแต่ในเวลาเดียวกัน คุณก็ได้รับค่าตอบแทนที่มากกว่าข้อเสนอนั้นอยู่แล้วแถมยังไม่ต้องเดินทางออกไปไกลอีกด้วย แน่นอนว่าคุณย่อมต้องเลือกอยู่ที่นี่”

เงินน้อยจะตาย! แข้งสตาร์มาเลเซียชี้ ทำไมต้องยอมลดเงินเพื่อมาเล่นไทยลีก

กว่างโซ้งได้เฮ! AFC รับรอง “ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม” เป็นสนาม A Class ระดับมาตรฐานเอเชีย

a0e84eb3dae23c8271c145528faec05c.jpg

หลังจากที่สโมสร “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เป็นตัวแทนสโมสรไทยในการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หรือ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018 ในถานะแชมป์ช้าง เอฟเอคัพ ซึ่งจะลงแข่งขันรอบคัดเลือกเพลย์ออฟ รอบที่สอง

โดยล่าสุดทางสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือเอเอฟซี ได้มีการประกาศผลคลับไลเซนซิ่งระดับเอเชีย ของลีกสูงสุดของแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกเพื่อใช้ในการเข้าร่วมการแข่งขัน AFC Champions League 2018 โดยตัวแทน 3 ทีมจากไทยคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เมืองทอง ยูไนเต็ด และเชียงราย ยูไนเต็ด ผ่านการประเมินทั้งหมดและสนามของทุกสโมสรจากตัวแทนได้ใน ACL 2018 ได้มาตรฐาน A Class ทั้งหมดรวมถึงยูไนเต็ด สเตเดี้ยม ของทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย”

นอกจากนี้ยังมีอีก 5 สโมสรของไทยที่ได้รับ Club Licensing และเป็นสนามระดับ A Class ของ AFC  ประกอบไปด้วย
1.สโมสรชลบุรี เอฟซี
2.สโมสรราชบุรี มิตรผล
3.สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด
4.สโมสรบางกอกกล๊าส
5.สโมสรสุโขทัย เอฟซี

ไฟล์ประกาศของ AFC http://res.cloudinary.com/deltatreafcprod/image/upload/a9vsidfqrcxhhiegvndj.pdf

กว่างโซ้งได้เฮ! AFC รับรอง “ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม” เป็นสนาม A Class ระดับมาตรฐานเอเชีย

มาลุ้นกัน! ตัวแทน “ชาช่า” เผยเจ้าตัวเลือกอยู่ไทยต่อมี “บียู” กับ “กิเลน” ยืนข้อเสนอให้

f2ea8d394a8c9757dfc3518f7138d6b0.jpg

แจ็คสัน อเวลิโน โคเอลโญ หรือ ชาช่า เจ้าของรางวัลนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยม FA Thailand Awards and New Year Celebrations ครั้งที่ 1 หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และไม่มีการเจรจาต่อสัญญา ล่าสุดตัวแทน Fair Play Sportsmanagement (FBS) ยืนยันว่า ชาช่า นักเตะในความดูแลของพวกเขายังต้องการค้าแข้งที่เมืองไทย โดยมี 2 ทีมไทยลีกที่กำลังอยู่ระหว่างเปิดโต๊ะเจรจา

โดยชาช่า กองหน้าดาวซัลโวของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งซัดไปถึง 34 ประตูในลีกเมื่อฤดูกาลล่าสุดจะอยู่ในไทยลีกต่อไปฤดูกาลหน้า แม้เขาจะได้รับข้อเสนอทั้ง จากเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และจากชาติอาหรับ อย่างซาอุดิอาระเบียเข้ามา รวมถึงทีมจากตุรกีด้วย เขากำลังชั่งใจว่าที่ไหนเหมาะสม แต่ใจจริงเขาอยากกลับมาเล่นที่เมืองไทยอีกครั้ง เพื่อจะพิสูจน์ว่าจำนวนประตูที่เขาทำได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับ 2 สโมสรในไทยลีก นั้นคือสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด และ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด โดยมรการคาดการณ์ว่าเจ้าตัวน่าจะเลือกข้อเสนอของเมืองทอง ยูไนเต็ด เนื่องจะจะได้โชว์ฟอร์มในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย หรือ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018

มาลุ้นกัน! ตัวแทน “ชาช่า” เผยเจ้าตัวเลือกอยู่ไทยต่อมี “บียู” กับ “กิเลน” ยืนข้อเสนอให้

เยสเข้! “ส.บอล” พร้อมทดลองใช้ VAR ช่วยตัดสินเกม “บุรีรัมย์-เชียงราย”

ccd652d6b4cf69b4170717e8a05bce90.jpg

วันนี้ 20 ธันวาคม 2560 ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีการประชุม เรื่องการนำเทคโนโลยี VAR หรือ วิดีโอช่วยตัดสิน มาใช้ในศึกโตโยต้า ไทยลีกฤดูกาล 2018 เทคโนโลยี VAR เป็นเทคโนโลยี ที่ถูกคิดค้นเพื่อช่วยในการตัดสินจากภาพช้าภายในสนามฟุตบอล ซึ่งหลายลีกชั้นนำของโลกได้มีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในการตัดสิน

ผลประชุมของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้แจ้งให้ตัวแทนบริษัทนำเสนอ เทคโนโลยี VAR เตรียมความพร้อมเพื่อทดลองใช้ระบบวีเออาร์ ในเกมไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2018 ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก พบ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์ฟุตบอลถ้วยช้าง เอฟเอคัพ ในวันที่ 19 มกราคม 2561 ที่สนามศุภชลาศัย

เพื่อศึกษาผลดีและผลเสีย งบประมาณต่อแมตช์การแข่งขัน และศึกษาความพร้อมของแต่ละสนามในการวางระบบ รวมถึงความพร้อมของบริษัทที่จะนำเทคโนโลยี VAR เข้ามาช่วยในการตัดสิน ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก ฤดูกาล 2018 จะเปิดฉากขึ้น ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2018

เยสเข้! “ส.บอล” พร้อมทดลองใช้ VAR ช่วยตัดสินเกม “บุรีรัมย์-เชียงราย”

ไทยคือคู่แข่ง! ประธาน “HAGL” ยันไม่ปล่อย “เคือง เฟือง” มาไทยลีกอย่างแน่นอน

841293bc471415fa5cff9e14d1486b0d.jpg

หลังจากที่ทางฟุตบอลลีกอาชีพสูงสุดของไทย อย่างไทยลีกได้มีการเปิดโควตาอาเซียน โดยมีหลายๆ สโมสรกำลังเซ็นสัญญาดึงดาวดังของแต่ละชาติในอาเซียนมาร่วมทีม ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกก็มีชื่อของ เหงียนค็องเฟือง ดาวดังทีมชาติเวียดนาม เจ้าตัวเองก็ออกมายอมรับว่าอยากย้ายมาเล่นในไทยลีก

โดย เหงียนค็องเฟือง กล่าวหลังเอาชนะไทย 2-1 ในศึก M150 Cup ว่า “ผมอยากมาเล่นไทยลีก เวลามองขึ้นไปบนอัฒจรรย์แล้วเห็นแฟนๆที่ยอดเยี่ยมทุกครั้งเลยซึ่งมันเยียมมากและต่างจากที่เวียดนาม” แต่ทว่า ด่องเหงียนดึ๊ก ประธานสโมสรฮองอันยาลาย ต้นสังกัดของ เหงียนค็องเฟือง ออกมายันว่าไม่ยอมปล่อยให้ลูกศิษย์มาไทยลีกแน่นอน

“ผมจะไม่มีทางปล่อยให้ค็องเฟืองไปเล่นในไทยแน่เพราะไทยเป็นคู่แข่งของเราแล้วจะให้ผมปล่อยนักเตะผมไปได้อย่างไร มากไปกว่านั้น ผู้สื่อข่าวไทย รู้เหรอว่าค่าตัวค็องเฟืองเท่าไร?” ด่องเหงียนดึ๊ก กล่าวกับสื่อของเวียดนามอย่าง  tinthethao

ไทยคือคู่แข่ง! ประธาน “HAGL” ยันไม่ปล่อย “เคือง เฟือง” มาไทยลีกอย่างแน่นอน

โค้ชเกาหลีเหนือ ติลูกทีมอ่อนประสบการณ์เกมเชือดช้างศึก 1-0 “M-150 Cup”

d89f644f4acbc04bdb3e77b5d3cabaa4.png

ควันหลงของการแข่งขันฟุตบอล “M-150 Cup” ที่ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม (บุรีรัมย์) เกมที่ 2 ของกลุ่ม A เป็นการพบกันของ ทีมชาติไทย U-23 กับ ทีมชาติเกาหลีเหนือ U-23 หากทีมชาติไทยเอาชนะได้จะเข้ารอบชิงทันที ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่าเป็น “โสมแดง” เกาหลีเหนือที่เฉือนชนะไปได้ 1-0 ส่งให้ทัพช้างศึกได้เพียงชิงที่ 3 กับ ทีมชาติเวียดนาม

โดย จู ซอง อิล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเกาหลีเหนือ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า “เกมนี้แม้เราจะชนะ แต่เราก็ไม่ผิดหวังที่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบต่อไป แต่เกมนี้ก็ถือเป็นการทดสอบที่ดีของทีม ได้เห็นข้อดีและข้อเสียของทีมตัวเอง จุดแข็งของทีมเราน่าจะอยู่ที่นักเตะชุดนี้สู้อย่างเต็มที่ จุดอ่อนผมคิดว่าคือเรื่องของประสบการณ์ที่เรายังขาดไป ”

“เกมแรกเราแพ้ญี่ปุ่นมาเยอะเกินไป แต่เราก็พยายามเตรียมทีมเพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับเกมกับไทย ผมเชื่อว่าทางไทยเองก็ต้องการเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยต้องการแค่ผลเสมอ และคิดว่าพวกเขาใส่เต็มที่ในเกมนี้โดยไม่มีความประมาท ผมคิดว่า เบอร์ 11 ของไทย (ธนาสิทธิ์ ศิริผลา) เล่นได้ดี และสร้างความอันตรายให้กับพวกเราพอสมควร ทีมชาติไทยชุดนี้มีเกมโต้กลับได้ดี และการสร้างเกมรุกจนไปถึงพื้นที่สุดท้าย ผมคิดว่าไทยทำตรงนี้ได้ดีมาก”

โค้ชเกาหลีเหนือ ติลูกทีมอ่อนประสบการณ์เกมเชือดช้างศึก 1-0 “M-150 Cup”

ส่อชวดลงแข่ง! ฝ่ายจัดเผย 5 สโมสรจากไทยลีก 4 ไม่ผ่านคลับไลเซนซิ่ง

75a185cfab182a5294f1b2f06071ceef.png

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม บริษัท ไทยลีก จำกัด คณะกรรมการพิจารณาออกใบอนุญาตสโมสร (FIB) ได้ทำการประชุมหารือร่วมกันเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตเข้าร่วมการแข่งขันของสโมสร (คลับ ไลเซนซิง)  ในระดับ ยูโร่เค้ก ลีก โปร (ไทยลีก 3) และยูโร่เค้ก ลีก (ไทยลีก 4)

การประชุมครั้งนี้มี นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกสมาคมฯ ฝ่ายจัดการแข่งขัน เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย มร. เบนจามิน ตัน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายควบคุมการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด, นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ, นายเอกพล พลนาวี ผู้จัดการฝ่ายจัดการแข่งขันและกิจกรรมสมาคมฯ, นายวรงค์ ทิวทัศน์ เลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยวาระสำคัญในการประชุม ได้แก่ การแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับสโมสรที่ได้รับใบอนุญาต คลับ ไลเซนซิง และที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตเนื่องจากดำเนินการเอกสารไม่เรียบร้อยหรือครบถ้วน รวมถึงสโมสรที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเนื่องจากไม่ส่งเอกสารตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ คือวันที่ 3 ธันวาคม 2560

ทั้งนี้ ทีมที่ดำเนินการด้านเอกสารไม่เรียบร้อยหรือครบถ้วน สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 21 ธันวาคม 2560 เวลา 17.00 น. หากไม่ดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามที่กำหนด จะไม่ได้รับใบอนุญาต คลับ ไลเซนซิง โดยจะเข้าสู่กระบวนการยื่นอุทธรณ์ต่อไปในวันที่ 23-29 ธันวาคม 2560

สำหรับสโมสรในยูโร่เค้ก ลีก หรือ ไทยลีก 4 อันได้แก่ ตาก ซิตี้, นครราชสีมา ห้วยแถลง ยูไนเต็ด, กรุงธนบุรี เอฟซี, ยะลา ยูไนเต็ด และ เลย ซิตี้ อาร์แอร์ไลน์ เอฟซี คือ 5 สโมสรที่ไม่ดำเนินการด้านเอกสารตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งทางคณะกรรมการพิจารณาออกใบอนุญาตสโมสร (FIB) เปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2560 เวลา 17.00 น.

ส่อชวดลงแข่ง! ฝ่ายจัดเผย 5 สโมสรจากไทยลีก 4 ไม่ผ่านคลับไลเซนซิ่ง

ผลิดอกออกผล! “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” 5 ปีข้างหน้าชุดใหญ่จะใช้แข้งอะคาเดมีล้วนๆ

74ea66078dbf5476bc0f025f3c971f9d.jpg

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงแผนการวางอนาคต “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ภายในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า การคว้าแชมป์ได้ในฤดูการนี้ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนที่เกิดผล การกล้าผลักดันดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็น สุภโชค สารชาติ, อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ และรัตนากร ใหม่ค่ามิ นักเตะเหล่านี้ล้วนเติบโตมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชุดใหญ่ จะมีแต่นักเตะเยาวชนที่ถูกดันจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี และนักเตะที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวบุรีรัมย์ เท่านั้น

“บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของเราลงทุน และให้ความสำคัญกับอะคาเดมี เป็นอย่างมาก ปีที่ผ่านมาเราดันนักเตะจากอะคาเดมีขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่หลายคน และนั้นก็เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่ทำให้เรากลับมาเป็นแชมป์ได้ มันเป็นการบอกถึงการลงทุนที่คุมค่า จากนี้ไปผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน 5 ปี นอกจากผู้เล่นต่างชาติแล้ว ผู้เล่นที่จะขึ้นมาเล่นทีมใหญ่ ภายใต้นโยบาย และหลักการของทีมคือ จะต้องเป็นเด็กบุรีรัมย์ โดยการเกิด หรือเป็นเด็กที่มาจากบุรีรัมย์ อะคาเดมีเท่านั้น”

“ต้องพูดไว้เลยครับสำหรับแฟนบอลบุรีรัมย์ ขอให้ทำใจเถอะว่าจะไม่เห็นผมซื้อบิ๊กเนมผู้เล่นไทยมาอยู่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกแล้ว แต่ผมจะเอาเด็กจากบุรีรัมย์ อะคาเดมี หรือลูกหลานบุรีรัมย์ ที่ไปประสบความสำเร็จไปอยู่ที่อื่นกลับมาเท่านั้น ซึ่งจะเป็นบิ๊กเนม หรือไม่บิ๊กเนมผมไม่รู้”

“ทำไมผมต้องคิดแบบนี้เราเรียนรู้ และมีประสบการณ์มาเลยว่า เราไม่ได้เอาเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวบุรีรัมย์มา หรือเราไม่ได้เอาเด็กบุรีรัมย์ อะคาเดมีขึ้นมา เวลามาอยู่กับทีมแล้วปัญหาเรื่องวินัยมีสูงมาก การที่เราเอาเด็กอะคาเดมีที่เติบโตขึ้นมา เด็กมันถูกสร้างทัศนคติอยู่แล้วว่าต้องทำให้ดีที่สุด เพราะนี้คือบ้านของตัวเอง แล้วเขาจะปรับระบบการเล่นของตัวเองกับทีมได้ไม่ยาก เวลาเราเซ็ตอัพอะไรลงไป ที่ผ่านมาเราเห็นจุดอ่อนของตัวเองว่าเราล้มเพราะอะไร”

“ถ้ามีคนมาถามว่าทำไมเราล้มแล้วลุกไว สำหรับผมเนี่ยผมเห็นจุดอ่อนของตัวเองว่าผมล้มเพราะอะไร ผมก็แก้ไขตรงจุดนั้น ผมก็ขอฝากกับแฟนว่าขอบคุณสำหรับกำลังใจไม่ทิ้งเรา และเราอยู่ด้วยกันเหมือนเพลงประจำทีมว่า เรามีเรา เรามีเราตลอดไปอยู่แล้ว เมื่อไหร่เรามีเรา เราก็มีแชมป์ เราก็มีชัยชนะ ที่นี่ศักดิ์สิทธิ์เสมอ ที่นี่เป็นจิตวิญญาณผู้ชนะ เป็นสนามของผู้ไม่ยอมแพ้ เป็นสนามที่เล่นเพื่อชัยชนะ และเพื่อ 3 แต้มเท่านั้น” นายเนวิน ชิดชอบ กล่าวปิดท้าย

ผลิดอกออกผล! “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” 5 ปีข้างหน้าชุดใหญ่จะใช้แข้งอะคาเดมีล้วนๆ

ไม่ขอกลับไทย! “สิทธิโชค” บอกลาคาโงชิมะ รอซบทีมเจลีก 2

97c5d73a770f5678364162edcad0de7e.jpg

สิทธิโชค ภาโส ตัดสินใจเก็บประเป๋าออกจาก คาโงชิมะ ยูไนเต็ด ในเจลีก 3 เป็นที่เรียบร้อย โดย วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคชลบุรี เอฟซี เปิดเผยว่า สิทธิโชค ภาโส ดาวรุ่งทีมชาติไทย ตัดสินใจเก็บประเป๋าออกจาก คาโงชิมะ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดในเจลีก 3 ญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่ง “เจ้าย้า” สิทธิโชค ภาโส ถูกสโมสรเจลีก 3 ยืมตัวไปร่วมทัพเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ทว่ากลับไม่ได้รับโอกาสลงสนามเท่าที่ควร ทว่า คาโงชิมะ แสดงความประสงค์ที่จะเซ็นสัญญากับแข้ง ชลบุรี เอฟซี รายนี้ต่อพร้อมกับจ้างล่ามส่วนตัวมาเพื่อเจ้าตัวโดยเฉพาะ “เขาอยากเซ็นสัญญากับ ย้า ถาวรเลยแต่ผมไม่ยอม และให้เพียงยืมตัวต่ออีก 1 ปีเท่านั้น” เฮงซัง เผย

“แต่ย้าบอกกับผมว่าจะไม่อยู่ที่นี่ (คาโงชิมะ ยูไนเต็ด) แล้ว ผมคุยกับเขาและเคารพในการตัดสินใจของเขา ซึ่งเขาจะไม่กลับเมืองไทยแน่นอน เพราะมีทีมจากเจลีก 2 อยากได้ตัวไปร่วมทัพ ซึ่งอยู่ในระหว่างพูดคุยกัน โดยจะย้ายไปในรูปแบบยืมตัวตามเดิม”

ไม่ขอกลับไทย! “สิทธิโชค” บอกลาคาโงชิมะ รอซบทีมเจลีก 2